ปธ.กกต.ชี้ถ้าจัดเลือกตั้งรวมรับรองผลใน 150 วันส่อลำบาก ไม่วิจารณ์ “สมชัย” ยื่นศาลตีความ

ปธ.กกต.ไม่ออกความเห็น “สมชัย” จ่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจัดเลือกตั้งให้เสร็จ 150 วัน รวมถึงรับรองผลโหวตด้วยหรือไม่ ชี้เรื่องยังไม่ได้เข้าที่ประชุม บอกถ้าไม่รวมรับรองผลก็ทำงานสะดวกขึ้น แต่ถ้ารวมก็ลำบากหากมีปัญหา ด้านที่ประชุมกุนซือ กม.เห็นตรงไม่รวมเวลาประกาศผล ชี้ รธน.เขียนชัดให้ กกต.แต่ละคนสั่งระงับได้ ไม่ได้ห้ามจัดเลือกตั้งท้องถิ่น

วันนี้ (24 พ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. เตรียมยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 หมายรวมถึงการรับรองผลการเลือกตั้งด้วยหรือไม่นั้น ว่าตนไม่ขอให้ความเห็นในเรื่องนี้ แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีการหารือในที่ประชุมของ กกต.ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ โดยเรื่องนี้หากระยะเวลา 150 วันไม่รวมถึงการรับรองผลการเลือกตั้ง กกต.ก็ทำงานได้สะดวก พรรคการเมืองก็สะดวก แต่หากบีบในระยะเวลาสั้นๆ ทุกอย่างก็จะถูกล็อกตามกรอบเวลาก็จะเป็นเรื่องที่ลำบากหากเกิดปัญหา

ทั้งนี้ มีรายงานว่าในการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ กกต.วานนี้ (23 พ.ค.) มีนายสุรินทร์ นาควิเชียร อดีตรองประธานศาลฎีภา เป็นประธาน และนายประวิช รัตนเพียร เป็นตัวแทน กกต.เข้าร่วมประชุมด้วย ที่ประชุมคณะที่ปรึกษาฯ ได้ให้ความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวตามที่ กกต.ขอ โดยเห็นตรงกันว่า ระยะเวลาดังกล่าวเป็นกระบวนการในการกำหนดวันเลือกตั้งและการจัดการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่นับรวมระยะเวลาในการประกาศผลการเลือกตั้งจนเสร็จสิ้นเนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 94 กำหนดไว้ว่า ภายใน 1 ปีนับจากวันเลือกตั้ง ถ้าต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.ในเขตเลือกตั้งใด เพราะเหตุการเลือกตั้งในเขตนั้นมิได้เป็นโดยสุจริตเที่ยงธรรม และมาตรา 93 ที่กำหนดว่าถ้าการเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ หรือยังไม่ประกาศผลการเลือกตั้งครบทุกเขตเลือกตั้งไม่ว่าด้วยเหตุใด การคำนวนจำนวนส.ส.แต่ละพรรคที่พึงมีพึงได้รับให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กำหนดนั้น 2 มาตรานี้กล่าวถึงกระบวนการในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งแปลถึงการประกาศผลครั้งแรกต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ซึ่งจะยังไม่จบสิ้นกระบวนการในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง โดยอาจมีการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่และประกาศผลใหม่จนกว่าจะครบ 100 เปอร์เซ็นต์

ส่วนประเด็นที่ กกต.ขอหารือว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ของ สนช. มีการแก้ไขมาตรา 26 ของร่าง พ.ร.ป.กกต. โดยตัดอำนาจ กกต.คนเดียวสามารถสั่งระงับยับยั้งการเลือกตั้งในหน่วยหรือเขตเลือกตั้งได้ โดยให้อำนาจดังกล่าวเป็นของ กกต.ทั้งคณะนั้น ที่ประชุมคณะที่ปรึกษากฎหมายเห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 224 วรรคท้ายได้บัญญัติโดยใช้คำว่า “ให้ กกต.แต่ละคน” ที่พบเห็นการกระทำผิดในหน่วยหรือเขตเลือกตั้งใด สามารถสั่งระงับยับยั้งได้ ดังนั้นในร่าง พ.ร.ป.กกต.ก็จำเป็นต้องบัญญัติให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และประเด็นที่ กกต.ขอหารือว่าในมาตรา 27 วรรคสองของร่าง พ.ร.ป.กกต.ที่บัญญัติให้ กกต.ดำเนินการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นภายใต้การควบคุมของ กกต. เป็นการตัดอำนาจ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 224 (1) ซึ่งใช้คำว่า กกต.มีหน้าที่และอำนาจ “จัด” หรือดำเนินการให้มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมคณะที่ปรึกษากฎหมายเห็นว่าเนื้อหาตามร่างมาตรา 27 พ.ร.ป.กกต.เป็นไปตามเจตนารมณ์มาตรา 224 (1) ของรัฐธรรมนูญแล้ว และไม่ได้เขียนห้าม กกต.ในการที่จะเป็นผู้จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นเอง โดยทั้งสองประเด็นดังกล่าวในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ของ สนช. ผู้แทนของ กกต.สามารถขอสงวนคำแปลญัตติได้ ทางสำนักงานก็จะได้สรุปผลการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายเสนอต่อที่ประชุม กกต.พิจารณาต่อไป

ขอขอบคุณ มติชนออนไลน์