หวาดเสียว! เด็ก 10 ขวบถูกสายเคเบิ้ลบาดคอขณะวิ่งกลับบ้าน

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุชวนหวาดเสียวขณะเสี่ยวยวี่ (นามสมมติ) เด็กชายชาวจีนอายุ 10 ปีวิ่งบนฟุตบาทเพื่อกลับบ้าน แต่ไม่คาดคิดถูกสายเคเบิ้ลที่โยงอยู่บนพื้นกับเสาไฟบาดเข้าที่ลำคอ เลือดไหลไม่หยุด กระทั่งพ่อแม่หามตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัย ปากแผลยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ลึก 2 มิลลิเมตร แพทย์เย็บปิดบาดแผลให้ 12 เข็มตามรายงานระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20:30 น. วันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังสามพ่อแม่ลูกเดินเล่นบริเวณใกล้ถนนหวงจง ในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน และเตรียมกลับบ้าน หยางหงหัว พ่อของเด็กชายได้ขับรถจักรยานยนต์พาภรรยากลับบ้านไปก่อน ส่วนเสี่ยวยวี่ ลูกชายวิ่งกลับบ้านแต่พอถึงบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทางทางหนึ่ง เด็กชายพบสายเคเบิ้ลดังกล่าวโยงอยู่ข้างหน้า พยายามหยุดฝีเท้าแล้วแต่ไม่ทัน จึงชนเข้ากับสายเคเบิ้ลนั้นจนถูกบาดที่ลำคอ เลือดไหลไม่ยอมหยุด แต่เขาก็ยังลุกขึ้นมาพยายามเดินไปให้บ้าน กระทั่งถูกพ่อค้าละแวกนั้นห้ามเอาไว้ พร้อมโทรติดต่อหยางหงหัว ผู้เป็นพ่อให้“หลังได้รับโทรศัพท์ก็เกิดสับสนอลหม่าน เดิมผมคิดว่าหลังจากไปส่งภรรยาแล้วจะกลับไปรับลูก” หยางหงหัวพูด และพอมองไปที่บาดแผลของลูกชายก็เจ็บปวดใจจนร้องไห้ออกมาซึ่งหลังเกิดเหตุหยางหงหัวรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก วันต่อมาจึงรุดไปแจ้งความดำเนินคดีทันที ทางตำรวจได้ติดต่อไปยังส่วนพลังงานไฟฟ้าและเครือข่ายโทรคมนาคมต่างๆ ซึ่งทั้งสองส่วนยืนยันว่าไม่ใช่สายเคเบิ้ลของตนเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสายเคเบิ้ลดังกล่าวอยู่ใกล้ต้นไม้จึงทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน “ตอนนั้นเวลาประมาณ 20:00 น. บริเวณนั้นมืดมาก มองไกลๆ จึงไม่เห็น กระทั่งวิ่งไปห่างจากสายเคเบิ้ลนั้นราว 1 เมตรกว่า ถึงเพิ่งจะเห็นสายเคเบิ้ลนั้น หยุดฝีเท้าแต่ก็ไม่ทัน” เสี่ยวยวี่บอกอย่างไรก็ตาม ขณะนี้พนักงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินตรวจสอบยิ่งใกล้ถึงวันส่งมอบตำแหน่งให้กับนางงามรุ่นถัดไป “น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” ก็ยิ่งเจอกับกระแสดราม่าหนักขึ้นเรื่อยๆ แถมล่าสุดยังมีแฟนนางงามบางกลุ่มโพสต์ข้อความ โดยระบุว่าจะมีรวมตัวกันเพื่อโห่ไล่เธอในวันส่งมอบตำแหน่งอีกด้วย!!ซึ่งงานนี้สาว น้ำตาล ชลิตา ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงกระแสข่าวดังกล่าว โดยเธอเชื่อว่าในวันจริงคงไม่มีแฟนนางงามคนไหนอยากทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนั้น และตัวเธอเองก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะขอทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ที่สุดจนถึงวันสุดท้าย พร้อมออกปากตลอดระยะเวลา 1 ปี วงการนี้สอนให้เธอได้รู้จักกับคำว่า สตรอง…กระแสแอนตี้ยังไม่จบ ล่าสุดมีบางคนบอกว่าจะโห่เราในวันส่งมอบตำแหน่ง”ไม่หรอกค่ะ ตาลคิดว่าเขาก็ไม่น่าจะทำแบบนั้นหรอก ถ้าทำแบบนั้นจะเสียมารยาทมาก ยิ่งมันเป็นวันสุดท้ายแล้วด้วย เราก็ขอทำเต็มที่ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอค่ะ แต่ถามว่าตาลรู้สึกอะไรไหม เอ่อ…ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรค่ะ

จริงๆ แล้วตาลไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้แล้ว เพราะว่าต่อให้ตาลพูดยังไงเขาก็ไม่ชอบอยู่ดี คือตาลก็ไม่รู้ว่าจะตาลพูดดียังไง หรืออะไรยังไงดีค่ะ ตาลใส่ใจคนที่เขารักเราดีกว่า””ถามว่าเวลามีกระแสแอนตี้ เคยมีคนเอามาให้ตาลอ่านหรือเอามาให้ดูบ้างไหม จริงๆ ก็มีคนเอามาให้ดูบ้างนะคะ แต่ตาลเองไม่ได้อยากใส่ใจอะไรตรงนั้น เพราะถ้าเราใส่ใจเราก็นอยด์เอง ไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรต่อ สู้ตาลมาตั้งใจทำงาน ทำหน้าที่ เรียนรู้ประสบการณ์ดีๆ จากการทำงานดีกว่า (ยิ้ม)เหลือเวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะถึงวันที่เราส่งมอบตำแหน่งต่อ ?”29 กรกฎาคมค่ะ (ยิ้ม) ตอนนี้ตาลก็เตรียมตัวทุกอย่าง ตั้งใจทำงาน มีฟิตหุ่นเล็กน้อย เพื่อที่เวลาที่ใส่ชุดออกมาจะได้ดูสวยๆ (ยิ้ม) และสำหรับ 1 ปีที่ผ่านมา ตาลก็ต้องขอขอบคุณทุกคนที่รักตาล เชียร์ตาล ตาลเชื่อนะคะว่ามีคนรักก็มีย่อมมีคนเกลียดเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ หากสิ่งไหนที่เขาตำหนิหรือแนะนำเรามาเราก็จะได้นำไปปรับปรุงตัวเอง”ด้วยความที่ตัวเราเองเจอแต่กระแสดราม่ามาตลอด เรารู้สึกเสียใจไหม ?”ไม่เลยค่ะ มันก็เป็นประสบการณ์อย่างหนึ่งที่ตาลได้เรียนรู้ ซึ่งตาลก็ต้องแข็งแกร่ง และก้าวผ่านมันไปให้ได้ ตาลได้ประสบการณ์ในการทำงานทุกๆ วัน ได้เจอพี่ๆ หลายๆ คน ได้เรียนรู้ในการทำงานว่าการที่จะออกงานในแต่ละงานมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย เราต้องปรับเปลี่ยนเรียนรู้หลายอย่าง เหมือนการฝึกงานอย่างหนึ่งค่ะ (ยิ้ม) อีกอย่างวงการนี้สอนให้ตาลสตรอง (หัวเราะ) คือเราก็ต้องสตรองและทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เพราะว่าคือคนร้อยคนเขาไม่ได้มาอยู่กับเราตรงนี้ ดังนั้นเขาไม่รู้หรอกว่าชีวิตในการทำงานวันวันหนึ่งเราทำอะไรบ้าง” ขอขอบคุณเว็ปSanook! News