แนวทางรักษามะเร็ง11กลุ่ม ช่วยรพ.เบิกจ่ายคล่องตัว

การออกมาตรฐานการรักษา (Protocol) โรคมะเร็งด้วยเคมีบำบัด/รังสีรักษาในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ถือเป็นเรื่องสำคัญของประเทศไทย เนื่องจากจะช่วยให้โรงพยาบาลทั่วประเทศใช้เป็นแนวทางในการให้บริการและเบิกจ่ายค่ารักษาได้อย่างไม่ติดขัด และทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ศ.พญ.ลักษณา โพชนุกูล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี ในฐานะประธานคณะทำงานพัฒนามาตรฐานหน่วยบริการที่ให้บริการรักษาโรคมะเร็งด้วยเคมีบำบัด/รังสีรักษา ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 จะมีการประกาศมาตรฐานการรักษาโรคมะเร็งด้วยเคมีบำบัดและรังสีรักษาให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศใช้เป็นแนวทางในการให้บริการและเบิกจ่าย
“ตั้งแต่ก่อกำเนิดสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และระบบบัตรทอง ถือว่ามีประโยชน์กับประเทศไทยและผู้ป่วยมะเร็งเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ป่วยมะเร็งจะไม่มีคนดูแล แต่ปัจจุบันคนไข้ทุกคนมีเจ้าของแล้ว นั่นก็คือ สปสช. อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคมะเร็งนั้นไม่ใช่ว่าหน่วยบริการทุกแห่งจะสามารถดำเนินการได้ เพราะแม้บางแห่งอยากจะรักษาและอยากจะพัฒนาศักยภาพตัวเองขึ้นมาเพื่อให้การรักษา แต่ก็มักประสบปัญหาคือไม่รู้ว่าจะต้องรักษาในทิศทางใด หรือคุณภาพของหน่วยบริการเป็นอย่างไร ฉะนั้นเมื่อมีการตั้งมาตรฐานขึ้นมาว่า โรงพยาบาลที่จะรักษามะเร็งได้นั้นต้องทำแบบนี้ๆ คือมีการกำหนดเกณฑ์อย่างชัดเจน ไว้ใจได้ว่าจะทำประโยชน์ให้กับคนไข้โดยไม่มีอันตรายอะไร ย่อมเป็นเรื่องที่ดี เพราะไม่ว่าการฉายแสง ไม่ว่าการผ่าตัด และไม่ว่าการให้เคมีบำบัด ถ้าเป็นคนไม่รู้จริงก็จะทำไม่ได้” ศ.พญ.ลักษณากล่าว และว่า คณะกรรมการชุดนี้ตั้งเกณฑ์ของโรงพยาบาลทุกระดับในการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งจะไปดูถึงระดับโรงพยาบาลชุมชนด้วย เพราะมีหลักการว่า ในระดับชุมชน คนไข้จะต้องไม่เดินทางไกล หรือห่างบ้าน ซึ่งจะทำให้คนไข้สุขภาพจิตดี มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรค แต่ถ้าใกล้บ้านแล้วไม่มีคุณภาพ ก็เกรงว่าจะทำให้คนไข้เกิดอันตรายมากยิ่งขึ้นเช่นกัน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth